อนาคตภัยของพระพุทธศาสนา
โดย ใต้ธรรมาสน์
(7 มิถุนายน 2553)

ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึง “อนาคตภัย” ซึ่งจะทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมสูญอันตรธานไป อนาคตภัยนั้นมีอะไรบ้าง ขอสรุปมาให้พิจารณาดังนี้

๑) ในอนาคตกาล ภิกษุทั้งหลายจักไม่ได้อบรม กาย ศีล จิต และปัญญา ทั้งๆที่ตนเองไม่มีศีล สมาธิ ปัญญา แต่ก็จะทำหน้าที่บวชให้แก่คนทั่วไปที่มาขอบวช เมื่อตนเองไม่รู้ธรรม แต่สอนธรรม แล้วผลก็คือ ธรรมที่สอนนั้นผิดพลาด คลาดเคลื่อน วินัยที่สอนก็ผิดเพี้ยน นอกรีตนอกรอย

๒) ในอนาคตกาล ภิกษุทั้งหลายจักไม่ได้อบรมกาย ศีล จิต และปัญญา แต่ภิกษุเหล่านั้นก็ตั้งตนเป็นอาจารย์ ดูแลสั่งสอน ฝึกอบรมศิษย์แบบผิดๆเพี้ยนๆ ด้วยวิธีการเช่นนี้ จะทำให้พระพุทธศาสนาวิปริตผิดเพี้ยนไป

๓) ในอนาคตกาล ภิกษุทั้งหลายจักไม่ได้อบรมกาย ศีล จิต และปัญญา เธอเหล่านั้นแสดงธรรมที่ลึกซึ้ง ครั้นสอนผิดจากที่พระพุทธเข้าทรงสอน ผิดจากความเป็นจริงหรือผิดจากความจริง ก็จะไม่รู้ตัว นั่นเป็นอีกเหตุหนึ่ง ที่ทำให้พระพุทธศาสนาวิปริตผิดเพี้ยนไป

๔) ในอนาคตกาล ภิกษุทั้งหลายจักไม่ได้อบรมกาย ศีล จิต และปัญญา เธอเหล่านั้น ครั้นเมื่อมีผู้กล่าวพระสูตรทั้งหลายที่เป็นคำสอนแท้ๆของพระพุทธเจ้า มีเนื้อหาลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องความว่าง พวกเธอก็จักไม่ตั้งใจฟัง ไม่ให้ความสำคัญ ไม่คิดจะศึกษาให้ลึกซึ้ง แต่ครั้นเมื่อมีใครก็ตามกล่าวสูตรทั้งหลาย ที่กวีแต่งขึ้นมาใหม่ เป็นกวีนิพนธ์ มีภาษาไพเราะ เป็นเรื่องภายนอก ซึ่งไม่เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มีเนื้อหาที่ลึกซ้ึง เป็นคำสอนของสาวกรุ่นหลังๆ พวกเธอกลับพากันตั้งใจฟัง สนใจเสียยิ่งกว่าคำสอนที่เป็นเนื้อหาสาระของพระพุทธศาสนาแท้ๆ นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้พระพุทธศาสนาวิปริตผิดเพี้ยน

๕) ในอนาคตกาล ภิกษุทั้งหลายจักไม่ได้อบรมกาย ศีล จิต และปัญญา ภิกษุทั้งหลายที่เป็นพระเถระผู้ใหญ่ จะตกเป็นทาสของลาภสักการะ ผลประโยชน์ ประพฤติย่อหย่อน ไม่เคร่งครัดในพระวินัย เป็นผู้นำในทางเชือนแช ถือหลักธุระที่ไม่ใช่ ไม่สนใจอยู่อย่างสงบสงัด ไม่มุ่งเพื่อปฏิบัติธรรมเพื่อละกิเลส
คนรุ่นหลังเมื่อเห็นตามตัวอย่างไม่ดีเช่นนั้น ก็จะพากันประพฤติปฏิบัติตาม โดยนัยดังกล่าวนี้เอง พระพุทธศาสนาก็วิปริตผิดเพี้ยน

---

ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย “อนาคตภัย” ทั้งห้าประการทีี่พระผู้มีพระภาคได้ทรงเตือนไว้ เมื่อเกือบสามพันปีครั้งกระโน้น บัดนี้ภัยดังกล่าว ได้เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาแล้ว ทั้งในอดีตที่ผ่านมา จนถึงยุคปัจจุบันนี้อย่างต่อเนื่อง คลื่นแห่งความเลวทรามต่ำช้าสร้างรอยราคีแปดเปื้อน ราดรดเป็นมลทินไว้ในพระพุทธศาสนา ลูกเก่าผ่านไป คลื่นแห่งความชั่วช้าต่ำทรามลูกใหม่ก็เกิดหนุนเนื่องขึ้นมาใหม่ สร้างความด่างพร้อยไว้ในพระพุทธศาสนา สร้างความโศกสลดรันทดศรัทธาแด่สาธุชนพุทธบริษัทเหลือประมาณ

ขอท่านผู้มีปัญญาโปรดพิจารณาใคร่ครวญด้วยสติปัญญาเถิด ท่านจะเห็นว่าผู้ที่ประกาศตัวเข้ามาบวชเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาค บางองค์ไม่ปฏิบัติตามจริยพระธรรมวินัยให้ถูกต้อง ไม่อยู่อบรมกาย ศีล จิต และปัญญากับอุปัชฌาย์อาจารย์ หลงตัวเองว่า มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา ทั้งๆที่แท้จริงแล้วไม่มีแม้แต่ศีลห้า โดยเฉพาะข้อมุสาวาท
จากนั้นก็ออกเทศน์อบรมสั่งสอนธรรมะ อาศัยความคล่องตัวและประสพการณ์ที่ได้มีโอกาสอ่านพระไตรปิฎก (สมัยเป็นฆราวาส) มาช่ำชอง แต่ไม่มีสักนิดหนึ่งแห่งประสพการณ์ที่ได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงๆจังๆ อาศัยปัญญาจากการคิด การนึก และจินตนาการเอา แล้วก็สร้างเรื่องสร้างราวโกหกหลอกลวงชาวบ้าน แอบอ้างเอาชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์ผู้ทรงคุณและมีชื่อเสียง มาเป็นเครื่องหนุนความสำคัญให้ตัวเอง อาศัยเล่ห์เหลี่ยมและจิตวิทยาในทางต่ำ ทักทายจิตใจญาติโยม พยาการณ์ภูมิจิตภูมิธรรม พร้อมทั้งให้ตำแหน่งความเป็นอริยะให้กับญาติโยมผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ (ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวมันขัดต่อพระวินัยอย่างมหันต์ เข้าข่ายอุตริฯแล้ว) ใช้วาทะศิลป์พูดจา ชักจูง โน้มน้าวหว่านล้อมสาธุชนศานุศิษย์ทั้งหลาย ให้เชื่อว่าตัวเป็นพระอริยะชั้นสูง สมบูรณ์ด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ รู้จิตรู้ใจคน รู้อดีตรู้อนาคตของบุคคลทั่วๆไปโดยเฉพาะศานุศิษย์ที่ใกล้ชิด เพียงเท่านี้ เอกลาภไทยทานก็หลั่งไหลทะลักเข้าสู่อาศรมอย่างเนื่องแน่น พลิกฟื้นชีวิตจากความแร้นแค้น ขัดสน สมัยครองเพศฆราวาส ชนิดหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที

เมื่อเอกลาภไทยทาน แก้วแหวนเงินทอง หลั่งไหลเข้ามาดุจสายน้ำหลาก โมฆะบุรุษผู้มากด้วยกิเลสตัณหา ก็เพลิดเพลินหลงวาสนาบารมีตนเอง จนหลงลืมความเป็นสมณะที่ดีของพระสุคตเจ้า สรรหาเครื่องบันเทิงเริงสุขอันเกินภาวะหรือความจำเป็นของสมณะจะบริโภค จนเต็มกุฏิที่พักอาศัย ! เพลิดเพลินมัวเมาหลงปลื้มกับศานุศิษย์ที่ห้อมล้อมอยู่รอบข้าง หลงปลื้มลืมตนคิดว่า ตนมีวาสนาบารมียิ่งใหญ่คับฟ้า สมบูรณ์ด้วยภูมิจิตภูมิธรรม (ซึ่งธาตุแท้แห่งความเป็นจริงแล้ว แค่เพียงคุณธรรมของความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆก็แทบจะไม่มีติดอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจเลย)

เพราะขาดปัญญาเลยถูกอวิชชาครอบงำ มองไม่เห็นกรรมต่ำช้าที่มันแอบย่องตามหลังวาสนาบารมีจอมปลอมมาติดๆ ติติงค่อนแคะกับการปฏิบัติของสำนักอื่นๆจนทั่วไปหมด ยกย่องวิธีของตัวเองว่าเข้าถึงความสำเร็จได้รวดเร็ว (แท้ที่จริงแล้ว กำลังพาสาธุชนผู้ศรัทธาเดินหลงเข้าป่าทึบ สอนให้ตามเงาจิต ตามแสงของจิต ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนับวันมันยิ่งห่างไกลจากพระนิพพานไปทุกขณะ)

 พฤติกรรมในทางลบที่ถนัดก็คือ สร้างเรื่องสร้างราวโกหกหลอกลวงชาวบ้านชนิดไม่มีธาตุของความละอายติดอยู่ในจิตสำนึกเลย เมื่อใครก็ตามรู้ทันลายชั่วหรือกำพืดที่แท้จริง จับโกหกของตนได้ ก็จะหาอุบายใส่ร้ายป้ายสีสารพัดอย่างเท่าที่ธาตุแห่งความชั่วต่ำทรามจากก้นบึ้งของจิตอันโสมมของตนจะนึกได้ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจดีว่า เรื่องต่างๆที่ตนสาดใส่ให้บุคคลที่รู้ทันลายชั่วของตน มันไม่เป็นความจริงเลยสักนิด แต่เพราะคุณธรรมมันหมดไปจากใจ มันเหือดแห้งแล้งลงจนไม่เหลือแม้แต่สักหยดหนึ่งแห่งก้นบึ้งของความดี จึงปิดบังแสงแห่งหิริโอตัปปะ หลงแหวกว่ายเวียนวนอยู่ในวังวนของสายธารอวิชชาธารา โดยไม่สำนึกรู้สึกสักนิดในอกุศลที่ก่อขึ้น !

สิ่งที่สะท้อนให้ท่านพุทธบริษัทได้ประจักษ์ธาตุแท้ของความต่ำทรามแห่งจิตใจนั้นคือ เมื่อเห็นว่าพฤติกรรมชั่วของตนที่ปั้นเรื่องหลอกลวงโลก กำลังถูกจับได้ไล่ทัน กำลังจะถูกเปิดหน้ากากของความโสโครกต่อหน้าสาธารณชน ไม้ตายอันต่ำทรามที่จะนำมากำจัดต่อผู้เปิดโปงความสามานย์ก็คือ สร้างเรื่องลึกลับสลับซับซ้อน เรื่องคุณไสย เรื่องมนต์ดำ ที่ไม่มีตัวตน มาเป็นกำแพงปิดกั้น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ท่านสาธุชนคนมีปัญญา เดินทางไปพิสูจน์ความจริงจากบุคคลและสถานที่นั้นๆ สารพัดเรื่องที่จะสรรหา ปั้นเรื่องปั้นราวขึ้นมาโกหกหลอกลวงข่มขู่ เพราะกลัวความชั่วช้าต่ำทรามของตนจะถูกเปิดเผย

ขอน้อมกราบแทบเท้าท่านสาธุชนพุทธบริษัทผู้มีความศรัทธาห่วงใยต่อพระศาสนา และความเป็นธรรมทั้งหลาย นี่เป็นคลื่นแห่งความต่ำทราม เป็นมหันตภัยเลวร้ายที่กำลังซัดโถมเข้าสู่ร่มเงาพระศาสนา เป็นเงาสะท้อนให้เห็นถึง อนาคตภัย ที่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงคุณทรงเตือนไว้เมื่อเกือบสามพันปีโน้น บัดนี้ได้เริ่มประจักษ์แล้ว

ขอกราบเรียนด้วยสัจจะ ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ผู้เขียนไม่อคติ ไม่มีอกุศลที่จะจับผิดคิดร้ายต่อสมณะศากยะบุตรท่านใดเลย เพราะถูกอบรมปลูกฝังมาแต่บรรพกาลครั้งปู่ย่าตาทวด ให้เคารพต่อพระสงฆ์องค์เจ้าผู้เป็นศาสนทายาทช่วยจรรโลงพระศาสนา รู้ตัวดีว่าตนเองยังอ่อนแอต่อพลังแห่งอุเบกขาธรรม สำนึกตนเองอยู่ทุกขณะแม้แต่กำลังกราบเรียนความในใจมาเป็นตัวอักษรอยู่นี้ ว่าตนเองเป็นเศษธุลีเล็กๆที่อยู่ใต้ธรรมาสน์ แต่ทนไม่ได้จริงๆที่เห็นพระพุทธศาสนาอันเป็นมหาสมบัติอันล่ำค่ายิ่งในพิภพจบจักรวาล กำลังถูกประทุษร้ายลง ด้วยน้ำมือของบุคคลที่ประกาศตัวให้โลกรู้ว่าเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส มันสะอื้นและตีบตันใจอย่างเหลือประมาณ ทุกครั้งที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เห็นประจักษ์ถึงความยากลำบากในการออกแสวงหาโมกขธรรม กว่าจะได้ธรรมดวงประเสริฐมาเจือจานเวไนยสัตว์อย่างพวกเรา พระองค์ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แล้วอย่างนี้ท่านจะทนเห็นความแหลกสลายย่อยยับของพระศาสนาพังพับลงต่อหน้าต่อตา เพราะความเลวร้ายที่ถูกหอบติดมากับเกลียวคลื่นที่กำลังซัดสาดทำลายพุทธศาสนาอยู่ขณะนี้ได้หรือ ?

ขอน้อมกราบแทบเท้าท่าผู้มีสติปัญญาที่มีศรัทธาและมีใจเป็นธรรม ที่คิดช่วยกันปกป้องพระศาสนาอันเป็นมรดกล้ำค่ายิ่ง ให้อยู่นานแสนนานเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วยครับ

 

------